วันจันทร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2555
ความประทับใจในประเพณีวันสงกรานต์ที่ผ่านมา
วันสงกรานต์เป็นวันที่ครอบครัวแต่ละบ้านจะอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน ญาติพี่น้องที่ทำงาน ไปเรียนต่างจังหวัด ก็จะต่างพากันกลับบ้าน เพื่อรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาแต่โบราณของไทย
ความประทับใจในวันสงกรานต์ของข้าพเจ้าคือ การที่ได้อยู่บ้าน เห็นญาติพี่น้องทุกคนอยู่ครบพร้อมหน้าพร้อมตากัน และได้เล่นน้ำกับเพื่อนๆ ที่สนิท ที่ห่างหายกันไปเรียนต่างที่กัน ได้ขอพร รดน้ำดำหัวญาติผู้ใหญ่ เป็นวันที่ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกอบอุ่น มีความสุขมากที่สุดวันนึงเลยก็ว่าได้
5 กลเม็ดเคล็ด (ไม่) ลับดูแลสุขภาพขนน้องหมา
“น้องหมา” เป็นเสมือน 1 ในสมาชิกของครอบครัวที่หลายคนรัก ดูแลและให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะมันทั้งน่ารักและขี้อ้อนออกขนาดนั้น แต่วันนี้ปัญหาที่หลายคนต้องเจอคือการดูแลขนและสุขภาพผิวหนังน้องหมาเนี่ย แหละ วันนี้เลยขอเอาเคล็ดลับง่ายๆ มาฝากกันค่ะ
1. เช็คสภาพขนน้องหมาและผิวหนังเป็นประจำ เรื่องนี้ถือว่าสำคัญมาก และต้องทำเป็นประจำอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง ตั้งแต่หัวจรดอุ้งเท้า เพื่อตรวจตราหาเจ้าเห็บ หมัด เหา เพราะเป็นตัวการสำคัญที่จะทำให้เกิดโรคผิวหนังตามมาได้
2. แปรงขนน้องหมาอย่างสม่ำเสมอ การแปรงขนเป็นประจำจะช่วยลดปัญหาขนน้องหมาพันกันได้ และยังช่วยขจัดสิ่งสกปรกที่หมักหมม ที่สำคัญผิวหนังจะได้รับการกระตุ้นและขับน้ำมันออกมาเคลือบบริเวณขน ทำให้ขนน้องหมานุ่มและเป็นเงางาม ซึ่งควรทำอย่างน้อย 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์นะคะ
3. อาบน้ำอาทิตย์ละ 2 ครั้ง สำหรับหมาขนยาวการอาบน้ำถือเป็นเรื่องจำเป็น เพราะช่วยลดการหมักหมมของสิ่งสกปรกต่าง ๆ ที่ติดอยู่กับขน ยิ่งถ้ามีเวลาหลังอาบน้ำด้วยแชมพูแล้ว อาจใช้คอนดิชันเนอร์ ชโลมให้น้องหมาอีกซักรอบ คอนดิชันเนอร์จะช่วยซ่อมแซมขนที่แห้งเสีย ให้กลับมาดูดี และช่วยเพิ่มเกราะป้องกันขนน้องหมาจากมลภาวะต่างๆ อีกด้วย
4. ตัดสั้นในหน้าร้อน น้องหมาขนยาวจะมีปัญหาเรื่องการระบายความร้อนอย่างมาก หน้าร้อนจึงแนะนำว่าควรตัดขนสั้นจะดีกว่า คิดซะว่าเป็นการเปลี่ยนเทรนด์ตามฤดูกาลให้น้องหมา ใครจะรู้บางทีเธอหรือเขาอาจอยากตัดขนสั้นเกรียนในช่วงหน้าร้อนบ้างก็ได้ ที่สำคัญน้องหมาจะได้เริงร่าท้าลมร้อนอย่างมีความสุขอีกด้วย
5. เติมอาหารเสริมเพิ่มความแข็งแรงให้สุขภาพขน สุดท้ายมาเสริมความแข็งแรงให้ขนของน้องหมาด้วยการเลือกซื้ออาหารสุนัขที่มี สูตรสำหรับดูแลผิวหนังและขนโดยเฉพาะ เพราะมีสารอาหารที่ช่วยปกป้องดูแลผิวหนัง และทำให้ขนของน้องหมาแลดูนุ่มและมีสุขภาพที่ดี
เคล็ดไม่ลับที่ สามารถทำเองได้สบายๆ เลยใช่มั้ยค่ะ รับรองว่าถ้าดูแลได้ครบทั้ง 5 วิธีที่ว่ามานี้แล้วล่ะก็ น้องหมาของเราก็จะมีผิวหนัง และสุขภาพขนที่ดี นุ่มสวย เดินอวดโฉมได้อย่างเต็มภาคภูมิแน่นอนค่ะ ไม่ทำให้พนักงานรู้สึกโดดเดี่ยว และงานวิจัยของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียบอกว่า 1 ใน 4 ของวันทำงานจะหมดไปกับการถูกขัดจังหวะโดยอีเมลล์ โทรศัพท์ และข้อความสั้นๆ ซึ่งทำให้คุณต้องละสายตาจากงานทุก 3 นาที และทำให้ระดับความเครียดของคุณเพิ่มสูงขึ้นด้วย
1. เช็คสภาพขนน้องหมาและผิวหนังเป็นประจำ เรื่องนี้ถือว่าสำคัญมาก และต้องทำเป็นประจำอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง ตั้งแต่หัวจรดอุ้งเท้า เพื่อตรวจตราหาเจ้าเห็บ หมัด เหา เพราะเป็นตัวการสำคัญที่จะทำให้เกิดโรคผิวหนังตามมาได้
2. แปรงขนน้องหมาอย่างสม่ำเสมอ การแปรงขนเป็นประจำจะช่วยลดปัญหาขนน้องหมาพันกันได้ และยังช่วยขจัดสิ่งสกปรกที่หมักหมม ที่สำคัญผิวหนังจะได้รับการกระตุ้นและขับน้ำมันออกมาเคลือบบริเวณขน ทำให้ขนน้องหมานุ่มและเป็นเงางาม ซึ่งควรทำอย่างน้อย 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์นะคะ
3. อาบน้ำอาทิตย์ละ 2 ครั้ง สำหรับหมาขนยาวการอาบน้ำถือเป็นเรื่องจำเป็น เพราะช่วยลดการหมักหมมของสิ่งสกปรกต่าง ๆ ที่ติดอยู่กับขน ยิ่งถ้ามีเวลาหลังอาบน้ำด้วยแชมพูแล้ว อาจใช้คอนดิชันเนอร์ ชโลมให้น้องหมาอีกซักรอบ คอนดิชันเนอร์จะช่วยซ่อมแซมขนที่แห้งเสีย ให้กลับมาดูดี และช่วยเพิ่มเกราะป้องกันขนน้องหมาจากมลภาวะต่างๆ อีกด้วย
4. ตัดสั้นในหน้าร้อน น้องหมาขนยาวจะมีปัญหาเรื่องการระบายความร้อนอย่างมาก หน้าร้อนจึงแนะนำว่าควรตัดขนสั้นจะดีกว่า คิดซะว่าเป็นการเปลี่ยนเทรนด์ตามฤดูกาลให้น้องหมา ใครจะรู้บางทีเธอหรือเขาอาจอยากตัดขนสั้นเกรียนในช่วงหน้าร้อนบ้างก็ได้ ที่สำคัญน้องหมาจะได้เริงร่าท้าลมร้อนอย่างมีความสุขอีกด้วย
5. เติมอาหารเสริมเพิ่มความแข็งแรงให้สุขภาพขน สุดท้ายมาเสริมความแข็งแรงให้ขนของน้องหมาด้วยการเลือกซื้ออาหารสุนัขที่มี สูตรสำหรับดูแลผิวหนังและขนโดยเฉพาะ เพราะมีสารอาหารที่ช่วยปกป้องดูแลผิวหนัง และทำให้ขนของน้องหมาแลดูนุ่มและมีสุขภาพที่ดี
เคล็ดไม่ลับที่ สามารถทำเองได้สบายๆ เลยใช่มั้ยค่ะ รับรองว่าถ้าดูแลได้ครบทั้ง 5 วิธีที่ว่ามานี้แล้วล่ะก็ น้องหมาของเราก็จะมีผิวหนัง และสุขภาพขนที่ดี นุ่มสวย เดินอวดโฉมได้อย่างเต็มภาคภูมิแน่นอนค่ะ ไม่ทำให้พนักงานรู้สึกโดดเดี่ยว และงานวิจัยของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียบอกว่า 1 ใน 4 ของวันทำงานจะหมดไปกับการถูกขัดจังหวะโดยอีเมลล์ โทรศัพท์ และข้อความสั้นๆ ซึ่งทำให้คุณต้องละสายตาจากงานทุก 3 นาที และทำให้ระดับความเครียดของคุณเพิ่มสูงขึ้นด้วย
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)

